...9-4-22...
posted on 09 Apr 2009 22:37 by heiw0yMy Sacrifice - Creed
วันนี้วันที่ 9 เมษายน 2552
บล็อคเหี้ยโว้ยของกุก็เวียนมาบรรจบครบ 4 ขวดแล้ว
4 ปีที่ได้เขียนเรื่องราวต่างๆ
กูกลับมานั่งอ่านก็มีทั้งยิ้มหัวเราะและเศร้าปะปนกันไป
13 เดือนนี้กูก็ครบ 22 ขวด
โอ้ววว...มันก็ช่างผ่านไปเร็วอะไรเยี่ยงนี้
*******************
22 ปีกับผมทรงใหม่
ตัดล้างซวยกันหน่อย...
เค้าก็ว่ากันว่า..
ตัดผมก็จะเ็ป็นคนใหม่
(ตัดหัวไปเลยดีกว่า...- -+)
สิ่งที่มันเศร้ากูก็จะทิ้งมันไว้เบื้่องหลัง
กูต้องก้่าวไปข้างหน้า....
แต่เพื่อนที่จากกูไป ไม่ลืมหรอกนะแสรดดด

ห้า ห้า ห้า..หน้ากูกวนตีนได้อีก..
***********************
เบื่อประเทศไทย
เบื่อพวกไม่มีหัวสมอง
เบื่อเศรษฐกิจ
พวกมึงจะรู้กันบ้างหรือปล่าว
ว่าพวกมิงคือคนที่ทำลายชาติ
ทำลายอนาคตทั้งตัวเองและโคตพ่อโคตแม่ของมึง
มึงรับเงินไม่กี่บาทเพื่อแลกความชิบหายของชาติ
.....ตรงไหนวะ ที่พวกมึงบอกว่ารักชาติ...
ตัณหา ความต้องการ ของคนกลุ่มเดียว
พวกมึงก็สนองให้โดยไม่ใช้หัวคิด
พอมันได้สิ่งที่มันต้องการ
แมร่งก็เขี่ยพวกมึงทิ้งเหมือนหมาข้างถนน
แล้วพวกกูอีกกี่สิบล้านคน...ที่ต้องทนดูประเทศชาติวอดวาย
โดยที่พวกกูไม่ได้ทำ...จะรู้สึกอย่างไร
พวกมึงลองใช้หัวคิดกันดูหน่อย
อนาคตต่อไปพวกมึงไม่มีงานทำ ลูกหลานตกงาน
ก็เพราะพวกมึงนี่แหละ...ไม่ว่าจะเสื้อสีไหน
แมร่งเหี้ยทั้งนั้น....
********************
[p.S. กูเบื่อ*]
* ไอ้แม้วหัว -วย...จะเลวไปถึงไหนวะ
* กูว่าจะไม่พูดแล้วเชียว มันอดไม่ได้ซะงั้น *0*
* แมร่งเสือกปิดทุกเส้น...แถวที่กูอยู่ทั้งนั้น..กูจะออกไปแรดไหนได้มั้ย ไอ้ฟาย
* เฮ้อ...อยากคอสหวะ...
* อยากร้องเพลงหวะ...
* บ่นไปเท่านั้น...มันต้องทำสิวะ ไอ้เค ด่วย
* คิดถึงคนที่คิดถึงกูนะ เออ...
* แมนยูลูกพ่อทำได้แค่เสมอรึนี่ ไม่เมพขิงๆเลย นูปขิงๆ
***************
แถมข้อความซักหนึ่งดอก
เอามาจากคำสุนทรพจน์ ตอนที่คุณชาติ กอบจิตติได้รับรางวัลซีไรท์
จากหนังสือเรื่องคำพิพากษา(ซึ่งเอามาทำเป็นหนังเรือ่ง ไอ้ฟักนั่นไง)
มันเป็นคำที่กูอ่านแล้ว...โดนใจมาก
"นานมาแล้วที่มนุษย์เพียรถามตัวเองว่า เขามาจากไหน และจะไปไหนเมื่อตายแล้ว
แต่มนุษย์ก็ยังไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดแจ้งกับตัวเองได้
ศาสดาบางองค์เคยให้คำตอบกับปัญหานี้มาบ้างแล้ว
แต่นั่นก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐาน...
ซึ่งยึดถือเป็นคำตอบอันแน่นอนไม่ได้...
ด้วยว่าคำตอบของศาสดาแต่ละองค์ก็แตกต่างกันไป
ดังนั้น...ข้าพเจ้าจึงไม่สนใจว่าข้าพเจ้ามาจากไหน
และจะไปไหนเมื่อตายแล้ว แต่ข้าพเจ้าสนใจว่า
ข้าพเจ้าจะอยู่อย่างไรกับเพื่อนมนุษย์ที่มีชีวิตด้วยกัน
อยู่อย่างสงบสันติสุขร่วมกัน....
อยู่ร่วมกันในฐานะเพื่อนมนุษย์ซึ่งมีเกียรติ
มีศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน....
ข้าพเจ้าขอชี้ให้ท่านเห็นว่า ภัยจากธรรมชาติเป็นภัยที่น่ากลัว
เป็นภัยที่นำความเดือดร้อนความทุกข์ยากมาให้มนุษย์
แต่ภัยจากธรรมชาตินั้นเกิดขึ้นเพียงชั่วครั้งชั่วคราว
เกิดขึ้นเป็นบางแห่งบางท้องที่เท่านั้น
ผิดกับภัยที่เกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์ด้วยกันเอง
ซึ่งมีอยู่สม่ำเสมอและเป็นภัยที่โหดร้ายอย่างเงียบเชียบ
เป็นภัยที่เราชาชินกันจนกลายเป็นภัยปรกติ....
บ่อยครั้งที่ข้าพเจ้าถูกถามว่า ทำไมงานเขียนของข้าพเจ้า
จึงเต็มไปด้วยความสลดหดหู่
ข้าพเจ้าไม่สามารถให้คำตอบได้ แต่ข้าพเจ้าอยากจะถามกลับว่า
โลกของเราทุกวันนี้เป็นโลกที่ร่าเริงแจ่มใสกระนั้นหรือ?
งานเขียนของข้าพเจ้าไม่เคยมองโลกในแง่ร้าย
แต่ข้าพเจ้านำโลกในแง่ร้ายมากระตุ้นเตือนท่านในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
ให้ได้สำนึกถึงสิ่งที่เรากระทำต่อกัน จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม
ในวันข้างหน้า ข้าพเจ้าปราถนาเหลือเกิน
ที่จะเขียนงานซึ่งมีเนื้อหาสดชื่นร่าเริง
และข้าพเจ้าจะเขียนอย่างเชื่อมั่น เขียนอย่างซื่อสัตย์
ถ้าโลกของเราในอนาคตเป็นเช่นนั้นจริงๆ
ถ้ามนุษย์ทุกผู้ทุกนามอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
ถึงตอนนั้นถ้าข้าพเจ้ายังมีชีวิตอยู่
ข้าพเจ้าขอสัญญากับท่านว่า
จะเลิกเขียนงานที่มีลักษณะหดหู่อย่างเด็ดขาด...
แต่ในปัจจุบัน..ข้าพเจ้าไม่สามารถเขียนงาน
บอกถึงความร่าเริงแจ่มใสของมนุษย์ได้
เพราะว่าข้าพเจ้าไม่สามารถโกหกตัวเองและโกหกโลกของเราได้..."
หวังว่ากูคงจะได้อ่านงานเขียนของพี่ชาติที่สดชื่นร่าเริงสักเรื่องนึง
แต่มันก็ไกลเกินเอื้อมเหลือเกิน
#1 By mC KEI on 2009-04-09 22:53